ระทึก!ผัว-เมียช็อคจอดรถทำธุระจู่ๆไฟพรึบเกือบวอดทั้งคัน

 

ระทึก!สามี-ภรรยาช็อคหยุดรถยนต์ทำธุระจู่ๆไฟพรึบแทบวอดอีกทั้งคัน 

 

 

ผัวเมียกลับจากงานมงคลสมรสหยุดรถยนต์ทำธุระส่วนตัว ตระเตรียมกลับขึ้นรถถึงกับช๊อคตาไม่กะพริบ เจอกรุ๊ปควันพวยพุ่งแล้วก็ลุกไฟลุกห้องเครื่องยนต์ รีบโทรแจ้งข้าราชการช่วยไว้ทัน หวุดหวิดวอดทั้งยังคัน โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

 

 

วันที่ 23 เดือนกันยายน 60 ก่อนหน้าที่ผ่านมา ข้าราชการงานคุ้มครองทุเลาสาธารณะภัยเทศบาลเมืองกระบี่พร้อมอปพร.เทศบาลเมืองกระบี่ ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมือง และก็ข้าราชการกู้ชีพช่วยเหลือกระบี่คุ้มครองประชากรออกพิจารณาเหตุรถยนต์เก๋งถูกไฟเผา รอบๆเยื้องสถานที่เรียนอำมาตย์พานิชนุข้าล  ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่

 

จุดเกิดเหตุอยู่รอบๆข้างถนนหน้าบ้านเลขที่ 86/7 อยู่เยื้องกับสถานศึกษาอำมาตย์พานิชนุเราล ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ เจอรถยนต์แบรนด์มาสด้า 2 สีดำ ทะเบียน กท-3310 กระบี่ ซึ่งเป็นรถยนต์ของนายดำรงค์ สิทธิเวช.อายุ 57 ปี บ้านอยู่พื้นที่ บ้านลำคลองเสียด อำเภอเหนือลำคลอง จังหวัดกระบี่ ภาวะข้างหน้ารถยนต์รอบๆห้องเครื่องถูกไฟลุกได้รับความเสื่อมโทรมทั้งผอง ข้าราชการจะต้องใช้น้ำฉีดสกัดเพื่อไม่ให้ไฟลุกโหมไปสู่ห้องโดยสาร

 

 

สอบปากคำรู้ดีว่า รถยนต์คันดังกล่าวมาแล้วข้างต้น มีลูกสาวของนายรักษาค์ ได้ขับมาพร้อมกับแฟนชายหนุ่มเพื่อไปร่วมงานสมรสที่วิทยาลัยเคล็ดลับกระบี่ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุราวๆ 1 กิโล ถัดมางานแต่งงานเลิกก็เลยได้เดินทางกลับ ก็ได้แวะทำธุระส่วนตัวที่บ้านข้างหลังเกิดเหตุก่อนที่จะเดินทางถัดไปยังบ้านลำคลองเสียด อำเภอเหนือลำคลอง ซึ่งในช่วงเวลาที่ทั้งคู่กำลังจะกลับขึ้นรถพบว่าที่รอบๆห้องเครื่องของรถยนต์ มีกรุ๊ปควันพวยพุ่งออกมาก่อนที่จะกำเนิดไฟลุกไหม้ ก็เลยได้รีบจับโทรศัพท์โทรแจ้งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สภ.เมืองกระบี่แล้วก็ผสานข้าราชการดับไฟเข้าช่วยสกัดไฟเอาไว้ได้ ก่อนจะขยายแย่ลงกว่าเดิมจนถึงไหม้หมดคัน โชคดีไม่มีผู้ที่บาดเจ็บอะไร

 

พื้นฐาน คาดมีต้นเหตุมาจากระบบกระแสไฟฟ้าติดขัด จนกระทั่งมีการซ๊อตแล้วก็มีไฟลุกไหม้ อย่างไรก็แล้วแต่ข้าราชการจะได้ตรวจตราถึงมูลเหตุไฟเผาให้ละเอียดถัดไป

กรธ.กางโรดแมปส่งร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับสุดท้ายให้ สนช.

มือธนาคารกางโรดแมปส่งร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับท้ายที่สุดให้ สนช.

 

มือธนาคาร เชื่อมั่น ส่ง พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับในที่สุด ให้ สนช.ข้างใน 240 วัน ตามรัฐธรรมนูญระบุ

 

นายอุดม เมืองอมฤต พิธีกรผู้ตัดสินร่างรัฐธรรมนูญ (แขนธนาคาร) แถลงความก้าวหน้าการพิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติ (พระราชบัญญัติ) ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับในที่สุด ก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้านใน 240 วัน ตามรัฐธรรมนูญระบุ ดังต่อไปนี้ 1.ร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับแนวทางพินิจพิเคราะห์ของศาลรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ….มีระบุส่งให้ สนช.วันที่ 26 กันยายนนี้ แล้วก็คาดว่า สนช.จะใส่เข้าวาระการประชุมได้ในวันที่ 28 กันยายนนี้  2.ร่าง พระราชบัญญัติการคุ้มครองและก็กำจัดการคดโกง พุทธศักราช …. ตอนนี้กำลังตรึกตรองเนื้อหา คาดว่าอาทิตย์หน้าจะส่งให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตรึกตรองเนื้อหา รวมทั้งส่งให้ สนช.ไตร่ตรองในวันที่ 24 เดือนตุลาคมเป็นอย่างรวดเร็ว หรือวันที่ 31 เดือนตุลาคมเป็นอย่างช้า 3.ร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภาทาง มือธนาคารคาดว่าจะส่งให้ สนช.ได้ในวันที่ 21 เดือนพฤศจิกายนรวมทั้ง 4.ร่าง พระราชบัญญัติกล่าวถึงการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคาดว่าจะส่งให้ สนช.ได้ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ดี แขนธนาคารเร่งรัดการทำงาน ถ้าเกิดร่างกฎหมายฉบับใดคาดว่าจะเสร็จไม่ทันตามที่มีการกำหนด ก็จะนัดหมายสัมมนาเป็นพิเศษในวันเสาร์รวมทั้งวันอาทิตย์

 

ส่วนความก้าวหน้าการพินิจร่าง พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทาง แขนธนาคารเคยนำข้อมูลที่ข้างต่างๆส่งมา ยกตัวอย่างเช่น จากกรรมการ สนช. การรวบรวมความคิดเห็นมาพินิจในเนื้อหา เวลานี้กำลังพิเคราะห์ในส่วนของบทกำหนดการทำโทษรวมทั้งบทเฉพาะกาล ซึ่งเห็นด้วยว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาค่อนข้างจะมากมาย รวมทั้งยังมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับองค์กรอิสระอื่นๆแขนธนาคารจำเป็นจะต้องมองให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ข้อบังคับขัดหรือถกเถียงต่อรัฐธรรมนูญได้

ทางหลวงจับตาเหตุอุทกภัยในจังหวัดกลุ่มเสี่ยง

 

ถนนหลวงจับตาเหตุน้ำท่วมในจังหวัดกรุ๊ปเสี่ยง

 

         

นายธานินทร์ บริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทลิตร) กล่าวมาว่าพายุดีเปรสชัน“ทกซูรี” (DOKSURI) ได้อ่อนแรงลงเป็นหย่อมความกดดันอากาศต่ำรวมทั้งเขยื้อนทำปกปกคลุมทางตะวันตกของภาคเหนือ รวมทั้งประเทศภรรยานมาแล้ว ทำให้ภาคเหนือ และก็พื้นที่ภาคใต้นิดหน่อยมีฝนตกเป็นรอบๆกว้าง นำมาซึ่งน้ำหลาก แล้วก็ดินสไลด์ในพื้นที่ จังหวัดดังนี้ 1.จังหวัดพิษณุโลก 2.จังหวัดอุตรดิตถ์ 3.จังหวัดสตูล 4.จังหวัดตรัง  โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

ปชป.ยัน “มาร์ค-สุเทพ” สลายม็อบแดง ปมชายชุดดำแฝงตัว

ปชป.จนกระทั่ง “มาร์ค-สุเทพ” สลายม็อบแดง เงื่อนชายชุดดำแอบ

 

“ราเมศ” ชูคำสั่งจากศาลป้อง “สิทธิพิเศษค-สุเทพ” สลายรวมกันเสื้อแดงปี 2553 ด้วยเหตุว่ามีชายชุดดำแอบในม็อบ นปช.

 

นายราเมศ รัตนะเชวง รองผู้ประกาศรวมทั้งคณะทำงานทางกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พูดถึงในกรณีที่นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำนปช.ออกมาเรียกร้องให้ คณะกรรมการคุ้มครองและก็ปราบการโกงแห่งชาติ (เปรียญเปรียญช) กล่าวถึงคดีสลายการรวมกัน ปี 2553 มาดำเนินคดี และก็มีการอ้างถึงคำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ไม่ตรงตามจริง ว่า ความอุตสาหะในคราวนี้ของนายณัฐวุฒิ เป็นการหวังทำลายยัดเยียดข้อหากันในทางการบ้านการเมือง แล้วก็เป็นความอุตสาหะสร้างราคาให้กับตนเองของนายณัฐวุฒิ เนื่องจากปัจจุบันนี้นายณัฐวุฒิทราบว่าตัวเองตกอยู่ในที่นั่งตรากตรำ การเอาชีวิตรอดจากทุกเรื่องราวทำให้เพื่อนทราบถึงธาตุแท้

 

ดังนี้ คดีนายณัฐวุฒิ อ้างถึง เป็นหมายคำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 4288-4289/2560 ฉบับระบุวันที่ 26 เดือนมิถุนายน 2560 คดีที่บุคลากรอัยการได้ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยก่อนนายรัฐมนตรี และก็นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตกาลรองนายกฯ คดีนี้ศาลยกฟ้อง 3 ศาล เป็นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ แล้วก็ศาลฎีกา ซึ่งคดีนี้นายบัณฑิต ศรีจำพวก ทนายของนายสิทธิพิเศษได้ยื่นให้มีการวิเคราะห์พิจารณาตัวบทกฎหมาย คดียังไม่มีการสอบพยาน เหตุเพราะศาลมีความเห็นว่ามีหลักสำคัญตัวบทกฎหมายที่จำเป็นต้องวิเคราะห์ก็เลยได้มีการงดเว้นสอบพยานปรากฏตามคำตัดสินหน้าที่ 7 และก็ศาลก็วิเคราะห์ว่าคดีดังที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นอำนาจของคณะกรรมการ เปรียญเปรียญช ก็เลยให้ยกฟ้อง แล้วศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ก็ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น คำตัดสินศาลฎีกาหน้า 14 กำหนดไว้ชัดว่าเมื่อคือปัญหาตัวบทกฎหมายศาลได้วิเคราะห์และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ในข้ออื่น นี่เป็นข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัย นายณัฐวุฒิพูดว่า ศาลฎีกาชี้ว่าข้าราชการใช้ลูกกระสุนปืนจริงเป็นคำบัญชาของนายสิทธิพิเศษ ก็เลยเป็นการบิดเบือนทั้งนั้น

 

อย่างไรก็ดี คดีที่ศาลฎีกาได้วิเคราะห์ไว้เด่นชัดในเรื่องความเป็นจริงหมายถึงคำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 1699/2560 คดีนายอภิสิทธิ์ รวมทั้ง นายสุเทพ ได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ในข้อผิดพลาดตาม มาตรา 157 แล้วก็ มาตรา 200 กรณีความผิดพลาดซึ่งๆหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม คดีได้มีการนำผู้เห็นเหตุการณ์เข้าสืบอีกทั้งพยานบุคคล แล้วก็พยานเอกสาร กว่า 60 ฉบับ มีการสืบสวน มีการสอบพยาน มีข้อพิสูจน์ ที่ได้เจาะจงไว้ชัดในหน้าที่ 9 ว่ามีชายชุดดำใช้อาวุธปนเปอยู่ในกรุ๊ป นปช. รวมทั้งซุ่มอยู่บนตึกในรอบๆดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วด้วย มีการยิงกันด้วยเครื่องยิง ระเบิด เอ็ม 79 จากกองกำลังไม่เคยรู้ข้าง มีข้าราชการทหารแล้วก็ข้าราชการเสียชีวิต และก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว นี่เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งที่มีคำตัดสินไว้ชัดว่ามีชายชุดดำที่ได้ก่อเหตุให้มีคนตายและก็เจ็บ

 

ดังนี้ ตามคำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 1699/2560 หน้า 15 บางตอนระบุชัดเจนว่า “มีการปะทะกัน มีการใช้อาวุธยิง รังแก ส่งผลให้ข้าราชการทหารและก็ผู้ร่วมรวมกันเจ็บ รวมทั้งเสียชีวิตจำนวนไม่ใช่น้อย การประชุมของคนส่วนมากต้านรัฐบาลมีกองกำลังติดอาวุธเข้าปะทะข้าราชการทหารหลายคราว คำบัญชาของโจทก์ที่ 2 แต่ละฉบับเป็นการสั่งการระบุแนวปฏิบัติของข้าราชการทหารให้เป็นไปตามเหตุการณ์ ดังเช่นว่ากำหนดให้ข้าราชการทหารใช้อาวุธปืนยิงได้ในกรณีจำเป็นเพื่อคุ้มครองชีวิตตน และก็คนอื่นๆ พฤติกรรมของโจทก์ทั้งคู่ก็เลยเป็นการทำหน้าที่ราชการเพื่อกำเนิดความเรียบร้อยของบ้านเรือน อันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของโจทก์ทั้งคู่” จะมองเห็นได้ว่าคำบัญชาต่างๆเป็นคำบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ใจความสำคัญที่จะเอามาเผย แต่ว่าจะเปิดให้นายณัฐวุฒิ รู้ทีละเรื่อง แล้วสังคมจะรู้ดีว่า นายสิทธิพิเศษ และก็นายสุเทพ มิได้ทำผิดดังที่นายณัฐวุฒิได้มานะให้ร้ายจู่โจม

จี้ "คสช." รื้อกรรมการตำรวจสอบตำรวจพา "ยิ่งลักษณ์" หนี

จี๋ "คสช."  รื้อถอนผู้ตัดสินตำรวจสอบตำรวจพา "ยิ่งลักษณ์" หนี

 

นายสุริยะใสกตะหินผารองคณบดีวิทยาลัยสิ่งใหม่สังคมมัธยมรังสิตแล้วก็ผู้อำนวยการสถาบันปรับปรุงเมืองไทย(สปท.)พูดถึงกระบวนการพาน.ส.ยิ่งลักษณ์คุ้นชินความประพฤติหนีคดีหนีหมายศาลเกิดเรื่องที่สามัญชนจับตาดูรวมทั้งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าคสช.เอาจริงเอาจังที่จะสะสางประเด็นนี้ให้เป็นที่แจ่มชัดต่อสังคมหรือเปล่าอย่าลืมว่าความคลางหัวใจของประชาชนนต่อประเด็นนี้สูงมากมายและก็คสช.ก็ถูกคิดว่าปิดตาด้านเดียวปลดปล่อยใหน.ส.ยิ่งลักษณ์หลบซ่อนหัวข้อนี้คือปัญหาระดับความยั่งยืนและมั่นคงของประเทศผู้ตัดสินสืบสวนไม่สมควรใช้ตำรวจร่วมกันควรมีความน่านับถือมากยิ่งกว่านี้ควรจะมีผู้แทนจากหน่วยงานความยั่งยืนอีกทั้งทหารกอ.รมน.สำนักสภาความมั่นคงแห่งชาติเข้าไปร่วมสืบสวนขยายผลด้วยเพราะว่าประเด็นนี้คงจะไม่ใช่เรื่องที่ตำรวจระดับนายกระบี่หรือสารวัตรทำคุ้นเคยโดยลำพังควรจะมีคนระดับบิ๊กมีอำนาจอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังหรือร่วมวิธีการคราวนี้ด้วยเพียงพอเอาระดับนายตำรวจขั้นเดียวกันมาสอบคุ้นเคยก็เลยตั้งข้อกล่าวหาค่อยกระทั่งน่าสงสัยรวมทั้งเปลี่ยนเป็นเรื่องขบขันเฮฮาของสังคมตัวอย่างเช่นฐานข้อผิดพลาดใช้ป้ายทะเบียนรถยนต์เลียนแบบไม่ถูกไฟแนนซ์ฯลฯซึ่งทำลายความรู้สึกของประชากรเหลือเกินอาจจะเป็นผลให้กำเนิดความรู้สึกว่ากระบวนการยุติธรรมเอาผิดได้เฉพาะคนจนถึงคนไม่มีอำนาจเพียงแค่นั้นแม้ว่าประเด็นนี้คือปัญหาด้านการข่าวสารและก็หนอนบ่อนไส้ด้วย

 

"ประเด็นนี้ชักเริ่มแปลกๆสังคมจำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิดอย่าให้เป็นมวยล้มต้มผู้ชมเนื่องจากคนร่วมกรรมวิธีก็สารภาพแล้าว่าเป็นผู้พาหลบซ่อนจริงรวมทั้งโยงกับคนมีอำนาจทั้งยังในราชการและก็นอกราชการรวมทั้งการปล่อยตัวผู้ต้องหาไปกล้วยๆก็บางทีอาจโดนรุกรามปิดปากหรือตัดตอนได้ท้ายที่สุดอย่ามีความคิดว่ารีบซักถามตัดตอนคดีเพื่อจบๆคลายข้อคลางแคลงของสังคมเพียงแค่นั้นระวังสังคมจะคิดว่าเป็นแนวคิดคบคิดผลกระทบในทางร้ายจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลรวมทั้งคสช.สุดท้ายที่สำคัญจะทำลายความเชื่อใจของพสกนิกรต่อระบบเที่ยงธรรมด้วย"นายสุริยะใสกล่าว